ทั่วไป

ทั่วไป

  • บิตคอยน์คืออะไร

    บิตคอยน์คือสกุลเงินออนไลน์ที่สามารถส่งไปที่ใดก็ได้ทั่วโลกโดยใช้อินเทอร์เน็ต เหมือนการส่งอีเมล

    หากต้องการส่งหรือรับบิตคอยน์ คุณจำเป็นต้องใช้กระเป๋าสตางค์บิตคอยน์ กระเป๋าสตางค์บิตคอยน์เป็นกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ของคุณเอง ซึ่งคุณสามารถเก็บบิตคอยน์ที่หาได้มาอย่างยากลำบาก เมื่อคุณสมัครใช้ Paxful คุณจะได้รับกระเป๋าสตางค์บิตคอยน์ที่ปลอดภัย ฟรีและใช้งานง่าย กระเป๋าสตางค์บิตคอยน์ของ Paxful จะทำงานเหมือนกับกระเป๋าสตางค์อื่น ๆ กระเป๋าสตางค์บิตคอยน์แต่ละบัญชีจะมีที่อยู่กระเป๋าสตางค์ คุณสามารถส่งที่อยู่กระเป๋าสตางค์ของคุณให้แก่คนอื่น ๆ และในทางกลับกันพวกเขาสามารถส่งบิตคอยน์มายังกระเป๋าสตางค์ของคุณได้ สำหรับกระเป๋าสตางค์ของคุณเอง คุณสามารถส่ง รับและเก็บบิตคอยน์ได้ และคุณยังสามารถดูธุรกรรมทั้งหมดเหมือนธนาคารออนไลน์ของคุณได้

    นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้บิตคอยน์ในการซื้อของทางออนไลน์จากร้านค้าต่าง ๆ ที่ยอมรับวิธีการชำระเงินด้วยบิตคอยน์ได้ นับตั้งแต่ที่มีการคิดค้นบิตคอยน์ มีธุรกิจมากมายที่ยอมรับการชำระเงินด้วยบิตคอยน์ ดังนั้นลองเสี่ยงโชคและร้านที่คุณกำลังดูอาจรับบิตคอยน์ ลองจินตนาการดูว่าจะการทำธุรกรรมทางธุรกิจทั้งหมดทางออนไลน์จะสะดวกเพียงใด เมื่อใช้กระเป๋าสตางค์ที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้อย่าง Paxful

    สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับบิตคอยน์คือการหาบิตคอยน์แรกของคุณ นี่อาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้นสำหรับคุณ หากคุณไม่มีบัญชีธนาคาร โชคดีที่ Paxful ยอมรับวิธีการชำระเงินมากกว่า 300 วิธี โปรดดูวิธีการชำระเงินต่าง ๆ และดูว่าวิธีใดเหมาะสมกับคุณที่สุด ที่ Paxful คุณสามารถซื้อบิตคอยน์จากผู้ขายของ Paxful ได้ ซึ่งเป็นผู้ที่ขายบิตคอยน์ของตนเพื่อทำกำไร นี่เป็นเพราะพวกเขายอมรับการชำระเงินวิธีต่าง ๆ เช่น บัตรของขวัญ Western Union การโอนเงินผ่านธนาคาร และวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย การหาบิตคอยน์ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายเช่นนี้มาก่อน เมื่อคุณตัดสินใจเลือกวิธีการชำระเงินและหาข้อเสนอที่ดี จากนั้นปฏิบัติตามคำแนะนำที่ผู้ขายแนะนำคุณ และคุณจะมีบิตคอยน์ในกระเป๋าสตางค์เพียงไม่กี่นาที

    เมื่อคุณได้บิตคอยน์แรกแล้ว โปรดดูแลบัญชีของคุณให้ปลอดภัยด้วยการเปิดใช้งาน 2-Factor Authentication หรือใช้ Google Authenticator สำหรับประสบการณ์ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้วิธีดังกล่าว คุณพร้อมที่จะรับความสุขจากใช้เงินที่มีการเชื่อมโยงแบบไร้คนกลางแล้ว

    Paxful จะให้ตลาดการค้าที่ปลอดภัยที่คุณสามารถซื้อและขายบิตคอยน์ได้โดยใช้วิธีการชำระเงินมากกว่า 300 วิธี อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้แพลตฟอร์มและการทำการซื้อขายโดยใช้ Paxful

  • Paxful คืออะไร

    Paxful คือแพลตฟอร์มทางการเงินชั้นนำที่มีการเชื่อมโยงแบบไร้คนกลางในการซื้อขายบิตคอยน์

    ในปี 2014 Ray Youssef และ Artur Schaback ได้ก่อตั้ง EasyBitz ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Paxful ตอนที่พวเขาสร้างแพลตฟอร์มนี้ขึ้น ในใจพวกเขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือการทำให้การซื้อขายบิตคอยน์เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือร้านค้า

    ปัญหาใหญ่ในโลกส่วนมากเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับและการขนส่งเงิน การส่งเงินไปทั่วโลกนั้นเป็นไปอย่างล่าช้าหรือมีราคาแพง แต่ Paxful ได้เปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้

    Paxful เป็นตลาดการค้าบิตคอยน์ที่มีการเชื่อมโยงแบบไร้คนกลางชั้นนำ ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อเพื่อทำธุรกิจกันได้ โดย Paxful มีวิธีการชำระเงินมากกว่า 300 วิธี จึงทำให้หาข้อเสนอที่เหมาะสมได้ง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ เราจะให้ผู้ใช้งานควบคุมดูแลเงินของตนได้ทั้งหมด นอกจากนี้ เรายังใช้ระบบเอสโครว์และมีฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง Paxful จึงมีความปลอดภัยอย่างยิ่ง หากคุณทราบวิธีการลดความเสี่ยงและทราบวิธีการรักษาบัญชีของคุณให้ปลอดภัย เมื่อผู้ใช้งานสมัครใช้งาน Paxful จะให้กระเป๋าสตางค์ฟรี

    ระบบการเชื่อมโยงแบบไร้คนกลางของ Paxful จะขจัดขอบเขตและขีดจำกัดต่าง ๆ คุณสามารถถือว่าบัญชี Paxful เป็นเสมือนหนังสือเดินทางทางการเงินของคุณเอง ด้วย Paxful คุณสามารถส่งเงินและซื้อสิ่งของต่าง ๆ ได้จากทั่วโลกเพียงแค่ครึ่งทาง สร้างธุรกิจด้วยโปรแกรมผู้ร่วมค้าของเรา

    ชุมชนของเรามีผู้ใช้งานมากกว่า 2 ล้านคนและชุมชนของเรายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานเหล่านี้สามารถทำการซื้อขายใน Paxful ได้ง่าย ๆ และไม่ยุ่งยาก

    นั่นคือ Paxful ดูแลเงินในแบบคุณ

    สร้างบัญชี Paxful ของคุณเองวันนี้

  • วิธีการชำระเงิน

    ที่ Paxful มีวิธีในการซื้อและการขายบิตคอยน์มากกว่า 300 วิธี

    ต่อไปนี้คือตัวเลือกการชำระเงินยอดนิยมของเรา:

    1. ซื้อบิตคอยน์ด้วยการโอนเงินผ่านธนาคารเงินสด
    2. ซื้อบิตคอยน์ด้วยกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ เช่น PayPal, Skrill, Neteller
    3. ซื้อบิตคอยน์ด้วยบัตรของขวัญ iTunes
    4. ซื้อบิตคอยน์ด้วยบัตรของขวัญ Amazon
    5. ซื้อบิตคอยน์จากการซื้อขายในท้องถิ่นด้วยการชำระด้วยเงินสด
    6. ซื้อบิตคอยน์ด้วย altcoins เช่น Ethereum, Litecoin, Ripple และอื่น ๆ

    ด้วยการคลิกที่นี่ คุณสามารถค้นหาวิธีการชำระเงินที่คุณต้องการได้ สิ่งที่คุณต้องทำคือการกรอกจำนวนบิตคอยน์ที่คุณต้องการซื้อ สกุลเงินและวิธีการชำระเงินที่คุณจะใช้ หากคุณไม่พบวิธีการชำระเงินที่คุณกำลังมองหา คุณสามารถเสนอวิธีการชำระเงินได้เสมอ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มองหาลิงก์ที่ระบุว่า “ไม่มีวิธีการชำระเงินของคุณ คลิกที่นี่เพื่อเสนอวิธีการชำระเงินใหม่” 

    วิธีที่คุณสามารถซื้อบิตคอยน์ได้จะเรียกว่า “วิธีการชำระเงิน”

    วิธีที่คุณสามารถซื้อบิตคอยน์ได้แต่ละวิธีจะเรียกว่า “วิธีการชำระเงิน” คุณสามารถดูรายการวิธีการชำระเงินทั้งหมดที่มีได้ที่นี่ รายการนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด เนื่องจากนักลงทุนของ Paxful ในตลาดจะสร้างวิธีการชำระเงินใหม่ ๆ เสมอ วิธีการชำระเงินแต่ละวิธีจะมีข้อจำกัดและระดับความเสี่ยงที่คุณจำเป็นต้องทราบก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อขาย ระบบการเชื่อมโยงแบบไร้คนกลางที่ Paxful มีจะส่งเสริมในเรื่องนี้เพื่อทำให้การซื้อบิตคอยน์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

  • ค่าธรรมเนียม Paxful

    การซื้อขายบิตคอยน์

    ประเภทการชำระเงิน การขายบิตคอยน์ การซื้อบิตคอยน์
    การโอนเงินผ่านธนาคาร 0.5% ไม่มีค่าธรรมเนียม
    บัตรเครดิต/เดบิต 1% ไม่มีค่าธรรมเนียม
    สกุลเงินดิจิทัล 1% ไม่มีค่าธรรมเนียม
    กระเป๋าสตางค์ออนไลน์ 1% ไม่มีค่าธรรมเนียม
    เงินสด 1% ไม่มีค่าธรรมเนียม
    บัตรของขวัญ

    2% สำหรับบัตรของขวัญอื่น ๆ

    5% สำหรับ iTunes และ Google Play

    ไม่มีค่าธรรมเนียม

     

    การส่งบิตคอยน์

    ประเภทกระเป๋าสตางค์ การส่ง การรับ
    กระเป๋าสตางค์ภายนอก 0.0005 BTC ค่าธรรมเนียมคงที่ ไม่มีค่าธรรมเนียม
    กระเป๋าสตางค์ภายใน

    5 ครั้งต่อเดือน - ไม่มีค่าธรรมเนียม

    มากกว่า 5 ครั้งต่อเดือน - มีค่าธรรมเนียม $1.00 หรือ 1% ของจำนวนเงินที่ส่ง ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดมากกว่า

    ไม่มีค่าธรรมเนียม

     

    การซื้อบิตคอยน์

    • Paxful จะไม่คิดค่าธรรมเนียมใด ๆ กับลูกค้าที่ซื้อบิตคอยน์
    • เมื่อซื้อบิตคอยน์จากลูกค้ารายอื่น ๆ ใน Paxful คุณกำลังซื้อบิตคอยน์ในอัตราที่ลูกค้ากำหนด อัตราเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น สถานะการตรวจสอบยืนยัน วิธีการชำระเงิน คู่สกุลเงิน (เช่น USD, EUR, CNY) และขนาดของคำสั่งซื้อ
    • โปรดตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณได้ประเมินข้อเสนอแต่ละข้อที่คุณเลือกเมื่อซื้อบิตคอยน์ เคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการซื้อบิตคอยน์สามารถดูได้ที่นี่

    การขายบิตคอยน์

    • Paxful จะคิดค่าธรรมเนียมกับลูกค้าที่ขายบิตคอยน์
    • ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามวิธีการชำระเงินที่คุณยอมรับสำหรับการขายบิตคอยน์ของคุณ
      • การโอนเงินผ่านธนาคาร: 0.5%
      • บัตรเครดิต/เดบิต: 1%
      • สกุลเงินดิจิทัล: 1%
      • กระเป๋าสตางค์ออนไลน์: 1%
      • เงินสด: 1%
      • บัตรของขวัญ: 5% สำหรับ iTunes และ Google Play 2% สำหรับบัตรของขวัญอื่น ๆ
    • จะมีการหักเงินเอสโครว์จากกระเป๋าสตางค์ Paxful เมื่อเริ่มทำการซื้อขาย เมื่อทำการซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว Paxful จะได้รับค่าธรรมเนียมเอสโครว์ หากทำการซื้อขายไม่เสร็จสิ้น กล่าวคือ มีการปล่อยบิตคอยน์คืนสู่ผู้ขายบิตคอยน์ Paxful จะไม่คิดค่าธรรมเนียม

     การส่งบิตคอยน์

    • Paxful จะคิดค่าธรรมเนียมในการส่งเงินจากกระเป๋าสตางค์ในอัตราคงที่ที่ 0.0005 BTC สำหรับการส่งเงินจากกระเป๋าสตางค์ทุกครั้งไปยังที่อยู่บิตคอยน์ภายนอก
    • ค่าธรรมเนียมนี้จะครอบคลุมค่าธรรมเนียมของผู้ขุดที่เกี่ยวข้องและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าสตางค์ที่ปลอดภัยของเรา   
    • การส่งบิตคอยน์ไปยังลูกค้ารายอื่น ๆ ของ Paxful จะไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการทำธุรกรรม 5 ครั้งแรกต่อเดือน หลังจากนั้นจะมีการคิดค่าธรรมเนียม $1.00 หรือ 1% ของเงินที่ส่ง ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดมากกว่า สำหรับการทำธุรกรรมในการส่งให้แก่ลูกค้ารายอื่น ๆ ของ Paxful แต่ละครั้ง จะมีการคิดค่าธรรมเนียมเป็นบิตคอยน์และคำนวณตามอัตราของบิตคอยน์ในตลาด ณ เวลาที่ทำธุรกรรม หากคุณไม่มีบิตคอยน์ที่เทียบเท่ากับ $1.00 คุณจะไม่สามารถส่งเงินได้

    โปรดทราบ: ได้มีการกำหนดค่าธรรมเนียมในการส่งสำหรับกระเป๋าสตางค์ภายในที่ $1.00 หรือ 1% เนื่องจากมีจำนวนการซื้อขายที่นอกเหนือจากเอสโครว์ในปริมาณสูงในแพลตฟอร์มของเรา การซื้อขายที่นอกเหนือจากเอสโครว์เป็นการซื้อขายที่ได้รับความยินยอมจากเรา เนื่องจากการซื้อขายนี้เกิดขึ้นโดยไม่ใช่กระบวนการซื้อขายปกติของเรา ค่าธรรมเนียมนี้มีการใช้เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใช้งานละเมิดเงื่อนไขการให้บริการของเรา

การตรวจสอบยืนยันบัญชี

การตรวจสอบยืนยันบัญชี

  • เพราะเหตุใดจึงต้องตรวจสอบยืนยันบัญชีของฉัน

    เราทุกคนต้องปฏิบัติตนและทำธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ การตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติมจะช่วยสร้างพันธมิตรที่มีคุณภาพสูงระหว่าง Paxful และผู้ใช้งานของเรา รวมทั้งระหว่างนักลงทุนในตลาดการค้าของเรา สิ่งนี้จะเป็นจริงได้ด้วยวิธี KYC โดยรวมแล้มีการตรวจสอบยืนยันอยู่ 4 ระดับ ระดับการตรวจสอบยืนยันทั้งหมดจะทำให้ผู้ใช้งานของ Paxful ได้รับประโยชน์:

    ระดับที่ 1

    • กำหนดให้ทำการตรวจสอบยืนยันอีเมลและโทรศัพท์ การดำเนินการนี้จะเพิ่มระดับความปลอดภัยของบัญชี ให้การเข้าถึงข้อเสนอที่สูงขึ้น และสร้างความไว้วางใจในระดับที่สูงขึ้น โดยจะจำกัดปริมาณการซื้อขายไม่เกิน 1, ดอลลาร์สหรัฐ สามารถเปิดการซื้อขายได้ ครั้งต่อหนึ่งครั้งและเป็นปริมาณรวมทั้งหมด 500 ดอลลาร์สหรัฐ

    ระดับที่ 2

    • กำหนดให้ทำการยืนยันตัวตน เพิ่มวงเงินการซื้อขาย ให้การเข้าถึงวิธีการซื้อขายเพิ่มเติม เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร จำเป็นสำหรับการสร้างข้อเสนอในการซื้อบิตคอยน์ สำหรับยอดคงเหลือ 0.02 BTC ไม่จำเป็นต้องทำให้ข้อเสนอการซื้อปรากฎบนเว็บไซต์ จำกัดปริมาณการซื้อขายไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    ระดับที่ 3

    • กำหนดให้ทำการยืนยันที่อยู่ เพิ่มวงเงินการซื้อขาย ให้การเข้าถึงวิธีการซื้อขายเพิ่มเติม เช่น การโอนเงินผ่านธนาคารปริมาณการซื้อขายตั้งแต่ $10,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

    ระดับที่ 4

    • กำหนดให้ทำการตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติม เช่น EDD (การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด) หรือ CDD (การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า) เพิ่มวงเงินการซื้อขาย อาจมีการร้องขอสำหรับบัญชีองค์กร/สถาบันที่มีการซื้อขายในปริมาณที่สูงมาก

    สิ่งสำคัญข้อสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด หากคุณไม่สามารถเข้าบัญชีของคุณได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม การตรวจสอบยืนยันจะช่วยทำให้การกู้คืนบัญชีของคุณเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

    โปรดดูบล็อกของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

  • ขั้นตอนการยืนยันอีเมล

    การตรวจสอบยืนยันอีเมลเป็นขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้เริ่มการซื้อขายบน Paxful ได้ และจะเพิ่มระดับความปลอดภัยของบัญชีของคุณ ในกรณีที่จำเป็นต้องกู้คืนหรือปลดล็อกบัญชี

    คำแนะนำทีละขั้นตอน: 

    ขั้นตอนที่ 1

    เข้าสู่ระบบบัญชี Paxful วางเมาส์เหนือชื่อผู้ใช้ของคุณ ซึ่งอยู่ที่มุมขวาบนของหน้า และคลิกที่ “การตั้งค่า

    clicksettings.png

    ขั้นตอนที่ 2

    ที่เมนูทางด้านซ้ายของหน้า ให้คลิกที่ “โปรไฟล์

    email_verification1NEW___12.png

    ขั้นตอนที่ 3

    ในการเริ่มต้น ให้คลิกที่ “ส่งรหัสอีกครั้ง

    email_verification1NEW___.png

    ขั้นตอนที่ 4

    ตรวจสอบกล่องขาเข้าอีเมลของคุณ คลิกที่ลิงก์ที่ได้รับ คลิกที่ลิงก์

    email_verification3NEW___.png

    โปรดทราบว่า: สามารถร้องขออีเมลยืนยันได้ทุก 20 นาที

    ในกรณีที่ดำเนินการสำเร็จ คุณจะเห็นข้อความต่อไปนี้ในโปรไฟล์ของคุณ:

    email_verification6NEW___.png

    Capture1234.PNG

     

  • การยืนยันโทรศัพท์

    เจ้าของข้อเสนอหลายรายกำหนดให้ทำการตรวจสอบยืนยันหมายเลขโทรศัทพ์ใน Paxful และการดำเนินการดังกล่าวจะให้ฟีเจอร์ความปลอดภัยเพิ่มเติมแก่บัญชีของคุณ ตัวอย่างเช่น หากบัญชีของคุณถูกล็อกเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย คุณสามารถทำการปลดล็อกได้ง่าย ๆ หากคุณได้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัทพ์ในบัญชีของคุณ นอกจากนี้การดำเนินการนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตัวเลือกความปลอดภัย 2FA

    คำแนะนำทีละขั้นตอน: 

    ขั้นตอนที่ 1

    เข้าสู่ระบบบัญชี Paxful ของคุณ วางเมาส์เหนือชื่อผู้ใช้ของคุณ ซึ่งอยู่ที่มุมขวาบนของหน้า และคลิกที่ “การตั้งค่า

    clicksettings.png

    ขั้นตอนที่ 2

    ที่เมนูทางด้านซ้ายของหน้า ให้คลิกที่ “โปรไฟล์

    email_verification1NEW___12.png

    ขั้นตอนที่ 3

    ในการเริ่ม ให้ระบุหมายเลขโทรศัพท์ของคุณและคลิกที่ "โทรหาฉัน" หรือ "ส่งรหัส" 

    PhoneverificationNEW___.png

    แนะนำให้เลือกแบบส่งรหัส เนื่องจากตัวเลือกในการโทรไม่ได้รับการสนับสนุนในทุกประเทศ

    ขั้นตอนที่ 4

    เมื่อคุณได้รับรหัสแล้ว ให้ใส่รหัสในช่องที่ถูกต้องและคลิก "ส่ง"

    phoneverification2NEW.png

    ขั้นตอนที่ 5

    คุณจะได้รับข้อความที่ระบุว่าตรวจสอบยืนยันโทรศัพท์ของคุณเรียบร้อยแล้ว

    phoneverification3.PNG

     

  • ขั้นตอนการยืนยันตัวตน

    โปรดดูวิดีโอแนะนำของเรา:

    ต่อไปนี้คือคำแนะนำทีละขั้นตอน ซึ่งมีจุดประสงค์ที่ช่วยให้คุณตรวจสอบยืนยันเอกสารระบุตัวตนของคุณได้บน Paxful

    ขั้นตอนที่ 1


    เข้าสู่ระบบบัญชี Paxful วางเมาส์เหนือชื่อผู้ใช้ของคุณ
     ซึ่งอยู่ที่มุมขวาบนของหน้า และคลิกที่ “การตั้งค่า

    IDStep1___.png

    ขั้นตอนที่ 2


    ที่เมนูทางด้านซ้ายของหน้า ให้คลิกที่ “การตรวจสอบยืนยัน

    IDstep2___.png

    ขั้นตอนที่ 3


    กรอกชื่อและ นามสกุลและ วันเดือนปีเกิดของคุณ จากนั้นเลือกประเทศที่ออกเอกสารและประเภทเอกสารระบุตัวตนที่คุณมอบให้ และเลือกวันที่หมดอายุ

    โปรดทราบ:ควรกรอกชื่อและชื่อกลางทั้งหมดลงในช่อง "ชื่อ" ส่วนนามสกุลทั้งหมดจะต้องกรอกลงในช่อง "นามสกุล" ตัวอย่างเช่น ชื่อ Elizabeth Flavia Mary Clifford กรอก Elizabeth Flavia Mary ลงในช่อง "ชื่อ" และกรอก Clifford ลงในช่อง "นามสกุล" ชื่อ Alfonso Ernesto Hernández López กรอก Alfonso Ernesto ลงในช่อง "ชื่อ" และกรอก Hernández López ลงในช่อง "นามสกุล" ไม่อนุญาตให้ใส่เครื่องหมายวรรคตอน

    คลิกที่ "เริ่มกระบวนการตรวจสอบยืนยัน"

    IDstep3___.png

    คลิกที่ปุ่ม "เริ่ม"

     IDstep4___.png

    โปรดทราบ: หากคุณต้องการเปลี่ยนประเภทเอกสารระบุตัวตนของคุณนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณจำเป็นต้องปิดแท็บและเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น

    ขั้นตอนที่ 4

    เลือกว่าคุณต้องการถ่ายรูปเอกสารระบุตัวตนหรืออัปโหลดไฟล์ที่มีอยู่จากอุปกรณ์ของคุณ

    Live Photo

    คุณเลือกที่จะถ่ายภาพ live photo โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของคุณพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอ

     จากนั้นคลิกที่ “ถ่ายภาพ”

    IDstep5takephoto_.png

    อนุญาตให้เข้าถึงกล้องถ่ายรูปของคุณบนเบราว์เซอร์ของคุณ

    วางเอกสารระบุตัวตนของคุณไว้ที่ตรงกลางของหน้าจอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามองเห็นรายละเอียดข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด: ใบหน้าของคุณ หมายเลขเอกสาร ชื่อและนามสกุลของคุณและข้อมูลอื่น ๆ จากนั้นคลิกที่รูปกล้อง

    makephotofront_.jpg

    หากรูปภาพมองเห็นได้ชัดเจน ไม่เบลอ โปรดคลิกที่ “ยืนยัน” หากถ่ายภาพไม่สำเร็จ ให้คลิกที่ “ถ่ายใหม่” และลองอีกครั้ง

    ConfirmIDfront_.jpg

    สำหรับบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ โปรดทำเช่นเดียวกันกับที่ด้านหลังบัตร ในกรณีของหนังสือเดินทาง ให้ดำเนินการไปยังขั้นตอนถัดไป

    อัปโหลดไฟล์

    คุณเลือกที่จะอัปโหลดไฟล์จากอุปกรณ์ของคุณ ให้คลิกที่"อัปโหลดไฟล์" โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของคุณพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอIDstep5uploadfile_.png

    จากนั้นคลิก “เลือกไฟล์”

    UploadPAss111.png

    เลือกไฟล์จากอุปกรณ์ขงอคุณ คลิกที่“เลือกไฟล์อื่น” หากคุณต้องการลองอีกครั้ง หากไฟล์ถูกต้อง โปรดคลิก“ยืนยัน”kyc_check_photo_pass___.jpg

    สำหรับบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ โปรดทำเช่นเดียวกันกับที่ด้านหลังบัตร ในกรณีของหนังสือเดินทาง ให้ดำเนินการไปยังขั้นตอนถัดไป

    ขั้นตอนที่ 5

    ตอนนี้เราจะทำการตรวจสอบยืนยันใบหน้า เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้คลิก"เริ่ม"

    IDFACELIVE___.png

    มองตรงไปที่กล้อง

    โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้แต่งตัวเหมาะสมและไม่สวมแว่นตาหรือสวมหมวก

    ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยการขยับใบหน้าเข้าไปใกล้กล้อง

    คุณต้องให้ใบหน้าอยู่พอดีกับกรอบรูปวงรี

    ในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด คลิก“ลองอีกครั้ง”

    kyc_face_not___.jpg

     

    ในกรณีที่ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ รูปภาพของคุณจะถูกส่งไปให้แก่ทีมตรวจสอบยืนยันของเราโดยอัตโนมัติ

    คุณจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับใบสมัครของคุณภายในไม่กี่นาที โปรดตรวจสอบกล่องขาเข้าการแจ้งเตือนว่าใบสมัครของคุณได้รับการอนุมัติหรือถูกปฏิเสธ และคุณยังสามารถตรวจสอบได้จากกล่องจดหมายของคุณ

    IDapproved____.png

    โปรดทราบ: เราจะจำกัดให้ดำเนินการได้ 10 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง

    ในกรณีมีคำถามหรือปัญหาใด ๆ โปรดติดต่อ: [email protected] หรือ [email protected]

  • จำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนหรือไม่

    ทุกคนได้รับการสนับสนุนให้ตรวจสอบยืนยันบัญชีของตน อย่างไรก็ตาม Paxful กำหนดให้มีการยืนยันตัวตนสำหรับบุคคลต่อไปนี้:

    • ผู้ใช้ที่ทำการซื้อขายหรือทำธุรกรรมในกระเป๋าสตางค์เท่ากับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องให้เอกสารระบุตัวตนสำหรับการตรวจสอบยืนยัน
    • ผู้ใช้ที่ทำการซื้อขายหรือทำธุรกรรมในกระเป๋าสตางค์จำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องทำการยืนยันตัวตนและที่อยู่
    • ผู้ใช้ที่ทำการซื้อขายในจำนวนเงินที่สูงกว่าหรือทำธุรกรรมในกระเป๋าสตางค์บางอย่างอาจต้องทำการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวดและอาจถูกร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม
    • ผู้ซื้อบิตคอยน์ทั้งหมดสำหรับการโอนเงินผ่านธนาคารจะต้องทำการยืนยันตัวตนและที่อยู่ 

    จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่ต้องการตรวจสอบยืนยันบัญชีของฉัน

    ผู้ที่เลือกไม่ทำการตรวจสอบยืนยัน จะยังคงสามารถใช้บริการของ Paxful ต่อได้ แต่จะมีการจำกัดการซื้อขายและกระเป๋าสตางค์สำหรับผู้ที่ไม่ทำการตรวจสอบยืนยัน

     

  • ข้อกำหนดในการยืนยันตัวตน

    ต่อไปนี้คุณสามารถดูข้อกำหนดหลักได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้กระบวนการยืนยันตัวตนเป็นไปอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ:

    • คุณต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
    • คุณต้องมีที่อยู่อีเมลที่ถูกต้อง
    • สามารถใช้ได้เฉพาะเอกสารส่วนบุคคลเท่านั้น
    • เราจะยอมรับเฉพาะเอกสารระบุตัวตนต่อไปนี้เท่านั้น:
    1. หนังสือเดินทาง
    2. บัตรประจำตัวประชาชน (ในรูปแบบใหม่)
    3. ใบอนุญาตขับขี่
    4. บัตรผู้ลงคะแนน (เฉพาะไนจีเรียเท่านั้น)
    • เอกสารบัตรประจำตัวประชาชนจะต้องไม่หมดอายุ ณ วันที่ส่งคำร้องขอให้มีการตรวจสอบยืนยัน
    • เราจะไม่ยอมรับเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนในรูปแบบกระดาษ
    • รูปเซลฟี่จะต้องเป็นรูปถ่ายไม่ใช่รูปสแกน
    • ไฟล์ที่อัปโหลดทั้งหมดจะต้องเป็นไฟล์ดั้งเดิม ไม่อนุญาตให้ทำการแก้ไข
    • ไฟล์ทั้งหมดต้องเห็นได้อย่างชัดเจน มีคุณภาพสูง อยู่ในรูปแบบ JPEG ข้อมูลทั้งหมดจะต้องอ่านได้ และจะต้องไม่ถูกปิดบังด้วยปกหนังสือเดินทางหรือวัตถุอื่นใด
    • ข้อมูลในเอกสารจะต้องตรงกับข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์ม
    • หากเอกสารของคุณเขียนด้วยภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ คุณยังอาจต้องใช้การตรวจสอบยืนยัน หากภาษาแม่ของคุณยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบยืนยันของเรา คุณจะได้รับข้อความว่า: ไม่สนับสนุนเอกสารระบุตัวตน
    • ดู รายชื่อประเทศต้องห้าม  
ดูบทความทั้งหมด 9 บทความ

ติดต่อเรา

ช่วยเหลือ

  • ติดต่อฝ่ายช่วยเหลือ

    Paxful มีทีมงานฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าที่ดีที่สุดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    วิธีการในการติดต่อฝ่ายช่วยเหลือที่รวดเร็วที่สุดคือการติดต่อผ่านทางแชทสด ในการเปิดใช้บริการแชทสด คุณจะต้องคลิกที่ปุ่ม แชท ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ

       

    คุณสามารถส่งข้อความทางแชทเมื่อใดก็ได้และผู้ดูแลจะตอบข้อความของคุณ โปรดรอ เนื่องจากผู้ดูแลอาจกำลังให้บริการลูกค้าท่านอื่นอยู่ในระหว่างนั้นแต่พวกเขาจะดูแลปัญหาของคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

    วิธีอีกวิธีหนึ่งในการติดต่อฝ่ายช่วยเหลือคือการติดต่อทางอีเมล อีเมลสของฝ่ายช่วยเหลือคือ [email protected] ซึ่งมีเพียงอีเมลเดียว หากมีบุคคลใดอ้างว่าเป็นฝ่ายช่วยเหลือของ Paxful และพวกเขาไม่ได้ใช้อีเมลดังกล่าว โปรดอย่าตอบกลับ 

    โปรดทราบ: ฝ่ายช่วยเหลือของ Paxful จะไม่ติดต่อคุณโดยใช้อีเมลอื่นที่ไม่ใช่ [email protected] หรือแชทสด โปรดทราบว่าฝ่ายช่วยเหลือของ Paxful จะไม่สอบถามรหัสผ่านของคุณจากคุณ โปรดอย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ รายละเอียดข้อมูลบัญชีและอย่างส่งบิตคอยน์ใด ๆ ให้แก่บุคคลใด ๆ ที่แกล้งว่าเป็นฝ่ายช่วยเหลือของ Paxful ฝ่ายช่วยเหลือของ Paxful จะไม่ใช้บัญชี Paxful ส่วนบุคคลในการติดต่อคุณ

    หากคุณปฏิบัติตามเคล็ดลับทั้งหมดที่ได้รับ สมาชิกในทีมฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าจะสามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ 

  • รายงานปัญหา

    การรายงานผู้ที่ใช้งานที่ไม่ดีคือวิธีการดูแลให้คุณและชุมชนปลอดภัย

    ผู้ใช้งานสามารถรายงานข้อเสนอหรือรายงานการซื้อขายได้

    รายงานข้อเสนอ - หากคุณกำลังซื้อบิตคอยน์และพบข้อเสนอที่ไม่สมบูรณ์ คุณสามารถรายงานข้อเสนอดังกล่าวได้โดยการไปที่ข้อเสนอและเลื่อนลงมาด้านล่างจนคุณเห็น “รายงานปัญหา” จากนั้นระบบจะสอบถามคุณสำหรับประเภทรายงานของคุณ: นอกเอสโครว์/ เงื่อนไขข้อเสนอที่ไม่ดี/ การหลอกลวงที่ชัดเจน เลือกหนึ่งประเภท พิมพ์คำอธิบายของคุณ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม รายงาน

    รายงานการหลอกลวง - หากคุณกำลังขายบิตคอยน์และรู้สึกว่าคุณถูกผู้ซื้อหลอก คุณสามารถเลื่อนลงมาที่ด้านล่างในหน้าการซื้อขายและคุณจะเห็น “รายงานการหลอกลวง” จากนั้นระบบจะสอบถามคุณสำหรับประเภทรายงานของคุณ: การเรียกเงินคืน/ เงื่อนไขข้อเสนอที่ไม่ดี/ รหัสบัตรของขวัญที่ใช้ พิมพ์คำอธิบายของสิ่งที่เกิดขึ้น และแนบรูปภาพเพื่อเป็นหลักฐาน หากคุณสามารถทำได้ คลิก “ส่งรายงาน” และรายงานจะถูกส่ง

    รายงานปัญหา - ผู้ซื้อสามารถรายงานปัญหาในการซื้อขายได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าการซื้อขายจะสำเร็จหรือไม่ ปุ่ม “รายงานปัญหา” จะอยู่ที่เดียวกับปุ่ม “รายงานการหลอกลวง” ผู้ซื้อสามารถรายงานผู้ขายได้สำหรับการใช้ภาษาที่ปรามาสคุกคาม การไม่ตอบสนอง การโจรกรรมบัตรของขวัญ การซื้อขายนอกเอสโครว์ ฯลฯ ในการรายงานนี้ คุณยังจำเป็นต้องกรอกในช้องคำอธิบาย คุณจะต้องเป็นผู้ชำระเงินและสามารถแนบหลักฐานที่ถูกต้อง

    รายงานทั้งหมดเหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบโดยผู้ดูแลและคุณจะได้รับข้อมูลอัปเดตทางอีเมล หากมีการอนุมัติหรือยกเลิกรายงาน  โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ส่งหลักฐานที่เพียงพอพร้อมได้อธิบายปัญหาอย่างละเอียด

  • ส่งรายงานบั๊ก

    โปรดติดต่อเราโดยใช้แชทสำหรับการช่วยเหลือหรือที่ [email protected] และให้คำอธิบายที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคหรือบั๊กที่คุณพบในเว็บไซต์ โปรดแนบภาพหน้าจอและอธิบายขั้นตอนที่เกิดปัญหาขึ้น

    ทีมงานช่วยเหลือของเราจะให้ความช่วยเหลือคุณ